อสังหาริมทรัพย์

หลายประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้ความสำคัญต่อการจัดการพัฒนาระบบโครงข่ายท่อน้ำและท่อแก๊สมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองที่กำลังเติบโตเคียงข้างไปกับแนวคิดในการเลือกใช้ระบบท่อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่เน้นถึง การรักษาคุณภาพ ความสะอาด และมีความปลอดภัยสูงสุด

หนึ่งในการจัดการระบบโครงข่ายท่อที่สำคัญ คือการเชื่อมต่อท่อแต่ละจุด ก่อนจะแยกขยายระบบท่อจากจุดจ่ายหลักไปชุมชนและหมู่บ้าน เพื่อเปลี่ยนทิศทางการไหลให้เหมาะสมกับพื้นที่ เป็นขั้นตอนที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ข้อต่อท่อที่แข็งแรง ทนทานอำนวยความสะดวกในการสร้างระบบโครงข่ายท่อให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ด้วยท่อพีอี (PE Pipe) มีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าวมากที่สุด เพราะผลิตจากโพลิเมอร์ที่มีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่น ทนทานต่อสารเคมี สภาพแวดล้อมต่างๆ แรงดันได้สูง และที่สำคัญให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยเพราะไม่ก่อให้เกิดสารปนเปื้อน น้ำดื่มจึงไม่เกิดกลิ่นและยังคงรสชาติตามธรรมชาติ ซึ่งวัสดุดังกล่าวยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากกว่า 100 ปี

การเชื่อมต่อท่อพีอีนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเชื่อมต่อท่อแต่ละจุดสามารถแจกจ่ายน้ำและแก๊สไปสู่พื้นที่ต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาระบบเครือข่ายท่อน้ำและท่อแก๊ส เพื่อให้ชุมชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคอย่างปลอดภัย เกษตรกรมีปริมาณน้ำที่เพียงพอ ด้วยเครือข่ายสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพนี่เอง จะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาความเจริญของประเทศให้ดียิ่งขึ้น เปรียบเสมือนการสร้างรากแก้วหล่อเลี้ยงคนในประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป

การผลิตข้อต่อท่อพีอี ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการตัดแต่ง (Fabrication Fittings) โดยการเชื่อมต่อท่อชิ้นต่อชิ้น จนได้ลักษณะชิ้นงานโค้งงอ หรือสามทางทำให้ต้องใช้เวลาในการผลิตนาน ต้องอาศัยความชำนาญของช่างฝีมือโดยเฉพาะ ด้วยเหตุนี้การผลิตข้อต่อด้วยวิธีการฉีดจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้เพิ่มผลผลิตของข้อต่อให้เพียงพอต่อความต้องการ อย่างไรก็ตาม กระบวนการผลิตข้อต่อด้วยวิธีการฉีดเข้าแม่พิมพ์นั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายสำาหรับผู้ผลิตข้อต่อ เนื่องจากวัสดุพีอี มีความแข็งแรงระดับพีอี 100 ในปัจจุบันมีความหนืดที่สูง (ค่าดัชนีการไหลประมาณ 0.04 g/10 min ที่ 190 C, 2.16 kg) ทำให้ต้องใช้ความร้อน หรืออุณหภูมิในการผลิตที่สูง เพื่อให้พลาสติกเกิดการไหลตัวเข้าแม่พิมพ์ได้อย่างสมบูรณ์ทำให้ต้องใช้เวลาในการหล่อเย็นนาน ผิวชิ้นงานไม่สวยและบางครั้งอาจเกิดของเสีย เนื่องจากเนื้อพลาสติกไหลไม่เต็มแม่พิมพ์ (short shot) นอกจากนี้ หากพลาสติกไหลรวมตัวกันในแม่พิมพ์ไม่ดีพอ อาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ข้อต่อมีความแข็งแรงลดลง มีความสามารถรับแรงกระแทกของน้ำลดลง

 

 

 

No Comments :(

Comments are closed.